เมื่อการเปลี่ยนมุมมอง ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น
posted on 28 Oct 2009 23:11 by pinkspoon in 2PMวันนี้เวป 2PM-online.com มีบทความใหม่
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้เปิดมุมมองใหม่ๆ
เออ ที่ผ่านมาเรามองเหตุการณ์ของเจย์ในมุมของฮอตเตสมาตลอด
และพยายามทำความเข้าใจความคิดของเฮียผัก
ด้วยหลักความเชื่อและความไว้ใจที่ว่า เฮียเป็นคนฉลาดอย่างน่ากลัว
และเฮียไม่ทิ้งเด็กที่เฝ้าฟูมฟักมานานไปง่ายๆหรอก
แต่ยอมรับว่าบางอย่างก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเฮียถึงทำแบบนั้น
แต่พออ่านบทความนี้ มันทำให้เราเกิดความคิด
"ถ้าเราลองมองเหตุการณ์นี้ในมุมของคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับล่ะ"
เออ ใช่
เราลืมไปเลยว่าหมากกระดานนี้
กรรมการตัดสินไม่ใช่แฟนคลับ ไม่ใช่เฮีย ไม่ใช่เจย์
(2PM ที่เหลือเป็นแค่ตัวหมากในกระดาน ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ)
แต่เป็น "สาธารณชน" ต่างหาก
(แต่ย้อนกลับไปอ่านบล็อกตอนเก่าๆ เราเคยคิดได้นะ แต่ดันลืมซะงั้น 555)
เราเคยบอกไว้ว่า เกมนี้จะจบ เมื่อสาธารณชนทั้งหมดเปลี่ยนใจหันมายอมรับเจย์
เพราะต้นเหตุของปัญหา มันคือการที่เจย์มีข้อพิพาทกับคนทั้งประเทศเกาหลี
เราจะไม่มองว่าเฮียหรือบริษัทคิดยังไง ทำไมถึงกระทำสิ่งนั้นๆ
แต่เราจะมองว่า การกระทำแบบนั้นก่อให้เกิดผลยังไง
เรียงลำดับไปเลยละกัน
1. หลังจากข้อความของเจย์เผยแพร่
--> เกิดอารมณ์โมโหโกรธาเผยแพร่ไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศเกาหลี
2. เจย์ออกมาขอโทษผ่านเวปแฟนคาเฟ่ในทันที
--> คนทั่วไปโมโหเข้าไปใหญ่ คนที่ไม่รู้เรื่องก็ได้รู้เรื่อง แฟนคลับจำนวนน้อยนิดออกมาปกป้อง แฟนคลับบางส่วนยังอึ้งๆงงๆ ว่าตกลงมันเป็นเรื่องจริงเหรอ เจย์ทำจริงๆเหรอ แฟนคลับบางส่วนก็โกรธไปเลยเพราะเจย์ทำจริง ถึงได้ออกมายอมรับ
3. ด้ง+ชาน+เฮียออกมาปกป้อง(อย่าลืมว่าเฮียเคยออกมาแถลงแล้วว่า ยังไงก็ไม่ให้เจย์ออก แต่ทำไมทุกคนถึงลืมไปหมดก็ไม่รู้)
--> ความพิโรธเพิ่มหนักเข้าไปใหญ่ คราวนี้ความโกรธลามไปถึงคนอื่นในวงด้วย เริ่มมีการขุดคุ้ยโฮมเพจคนอื่นในวง เหตุการณ์บานปลายถึงขั้นมีคนร่วมลงชื่อให้เจย์ฆ่าตัวตายเป็นพันๆคน
4. เจย์ออกมาบอกว่าจะลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และเดินทางกลับซีแอตเติ้ลเย็นวันนั้นเลย
--> แฟนคลับตกใจ ร่ำไห้กันระงม สาธารณชนตกใจ ไม่คิดว่าเจย์จะทำถึงขนาดนี้ แต่บางส่วนก็ว่าเป็นการจัดฉาก เดี๋ยวเจย์ก็กลับมา
5. แฟนคลับเริ่มประท้วง โทษบริษัทว่าไม่ปกป้องศิลปินของตัวเอง (แล้วที่เขาออกมาแถลงปกป้องครั้งแรกล่ะ ลืมกันไปแล้ว?)
--> สาธารณชนมองว่า เจย์ไปด้วยความตั้งใจของตัวเอง จะไปฝืนบังคับให้เขากลับมาทำไม แฟนคลับบ้าหรือเปล่า แล้วตอนแรกทำไมไม่ปกป้องเจย์ล่ะ พอเขาไปแล้วเลยมาหาแพะรับบาป เพราะไม่อยากยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ตอนแรกไม่ยอมปกป้องเขาเหรอ
6. เฮียออกมาแถลงยืนยันว่าเจย์ลาออกจริง + บรรยายสภาพของเจย์ในอดีตสมัยเป็นเด็กฝึก และเสริมว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว เฮียแสดงความแมนด้วยการไม่ปกป้องเด็กตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิด โดยบอกว่าถ้าเฮียเป็น 1 ในสาธารณชน เฮียก็โกรธเหมือนกัน แต่เพราะเฮียเห็นเจย์มาแต่อ้อนแต่ออก รู้ว่านั่นเป็นแค่เรื่องในอดีต ปัจจุบันเจย์เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เจย์ก็รู้ตัวว่าตัวเองผิดแล้วด้วย เลยขอลาออกกลับไปทบทวนตัวเอง ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เหมาะสมกับเจย์แล้ว แต่เฮียก็แอบหยั่งเชิงเสียงสาธารชนว่า ถ้าเจย์สำนึกผิดแล้วอยากจะกลับมา เฮียจะขอสนับสนุนนะ จะมีใครว่าอะไรหรือเปล่า
--> สาธารณชนเริ่มรับรู้ว่า ข้อความที่ผ่านมามีการแปลอย่างบิดเบือน บางส่วนเริ่มพยายามทำความเข้าใจเจย์ แต่บางส่วนก็ดื้อไม่ยอมรับว่าตัวเองหูเบาเชื่อคนง่าย โดยไม่มีการกลั่นกรองข้อมูลความจริงก่อน (เขาบอกอะไรก็เชื่อหมด แถมยังตามน้ำไปใส่ไฟให้เรื่องมันใหญ่โตลุกลามบานปลายเข้าไปอีก) แต่ก็เริ่มมีเสียงอยากให้เจย์กลับแล้ว แต่บางส่วนก็บอกว่า โธ่ สร้างสถานการณ์ เจย์มันไมไ่ด้ออกจริงหรอก เดี๋ยวคอยดูสิ อีกแค่แป๊บเดียว มันก็กลับมา มันไม่ได้สำนึกจริงหรอก บลา บลา บลา
7. แฟนคลับเริ่มบอยคอต 2PM ที่เหลือ เพื่อต้องการกดดันบริษัท บอกว่าแถลงของเฮียไม่ชัดเจน ไม่ยอมฟันธงไปเลยว่าจะให้เจย์กลับมาอยู่ในฐานะเดิมหรือเปล่า ขณะที่สื่อเริ่มตีแผ่สืบสวนข้อมูลและเผยแพร่ความจริง /เริ่มมีบทความจากเพื่อนร่วมห้องเจย์ เพื่อนสมัยอเมริกา และเพื่อนพ่อเจย์ออกมา
--> สาธารณชนที่เริ่มเข้าใจเหตุการณ์มากขึ้น เริ่มสำนึกแล้วว่าทำรุนแรงไปหรือเปล่า หันมาด่าแฟนคลับ ว่ารักเจย์คนเดียวจนทำร้ายคนที่เหลือ บ้างก็ว่า เจย์มันขอเวลา ทำไมไม่ให้เวลามัน ฮอตเตสบ้าหรือเปล่า อย่าไปบีบบังคับเจย์สิ /นักการเมืองบางส่วนเริ่มมองว่าควรแก้ไขกฎหมายเพื่อปกป้องคนดัง นักวิชาการมองว่านี่เป็นปัญหาทางจิตของคนในสังคมที่เกิดจากการ "คลั่งชาติ" มากเกินไป เป็นปัญหาระดับชาติที่สมควรแก้ไข
8. บริษัทนิ่งเฉยไม่มีคำตอบใดๆให้การบอยคอตของฮอตเตส แต่ระงับกิจกรรมเดี่ยวทุกอย่างของ 2PM ที่เหลือ ไม่มีการแถลงข่าวใดๆจากสมาชิกที่เหลือในสังกัด
--> สาธารณชนไม่สามารถมองเห็นท่าทีของสมาชิกที่เหลือได้ว่าเป็นอย่างไรหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจย์ (โดยเฉพาะท่าทีของนิชคุณ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติของจริง ทำให้ไม่มีใครเอาไปเปรียบเทียบกับเจย์ได้ แต่ยกเว้นสมาชิกบางคนที่ยังมีงานอยู่ ซึ่งท่าทีที่ออกมาก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากเดิม) คนบางส่วนมองว่า เพราะการบอยคอตของฮอตเตส ทำให้ 2PM ที่เหลือไม่สามารถทำงานได้ เริ่มมองว่าฮอตเตสรักตัวเองต่างหาก ที่ทำทุกอย่างก็เพื่อความต้องการของตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้เจย์กลับมา โดยไม่สนว่าเจย์ต้องการกลับมาหรือไม่ เหวี่ยงไปเรื่อย จนถึงกับลากเอาสมาชิกคนอื่นในวงมารับเคราะห์ไปด้วย แบบนี้ต่อไปวง 2PM แตกแน่ๆ เพราะไม่มีแฟนสนับสนุน
9. ฮอตเตสเริ่มทำโครงการหลากหลาย มีติดโปสเตอร์เรียกร้องให้เจย์กลับมา ลงประกาศหน้านสพ. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในนามเจย์/ ดาราศิลปินหลายคนเริ่มตบเท้าเรียงหน้ากระดาน ออกมาบอกเล่าความเป็นคนดีของเจย์ทางสื่อ/ สื่อหลายแห่งทำข่าวตีความข้อความในอดีตของเจย์ใหม่ เชิญผู้เชี่ยวชาญฝรั่งทั้งหลายมาคอนเฟิร์มว่าข้อความเจย์ไม่มีอะไรในกอไผ่นะจ๊ะ คนไม่เก่งภาษาตีความพลาดไปเอง
--> สาธารณชนตาสว่าง หลายคนเริ่มรับรู้ความดีของเจย์มากขึ้น ขนาดดาราหลายคนออกมาคอนเฟิร์ม แปลว่าเจย์คงนิสัยดีจริงๆ เจย์เปลี่ยนไปแล้ว เจย์รักเกาหลีแล้วจริงๆ บางส่วนคิดว่านี่เป็นการอึมโม่ เพื่อทำให้ยกโทษให้เจย์ แน่ใจเหรอว่าข้อความเจย์มันไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ ส่วนเรื่องแฟนคลับ บางส่วนชมเชยว่าแฟนคลับ 2PM ทำเรื่องดีต่อสังคม บางส่วนก็ว่าแฟนคลับเวอร์เกินไป เดี๋ยวเจย์ก็กลับมา ไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ
10. งานดรีมคอนที่ผ่านมาสมาชิกขึ้นกัน 6 คน แฟนคลับส่วนใหญ่ยังคงบอยคอต ที่นั่งเชียร์ 2PM ส่วนใหญ่ว่างเปล่า ที่ว่างตรงกลางวงเหล่าสมาชิกวงก็เว้นไว้ให้ว่างเปล่า /มีเสียงเรียกชื่อ ปาร์ค แจบอม ดังกระหึ่มในงาน ทั้งที่มีฮอตเตสไม่กี่คน / 2PM ยืนหลบอยู่ข้างหลังแถวอยู่วงเดียว ไม่ได้ออกกล้องให้สาธารณชนรับรู้
--> สาธารณชนเห็นเฉพาะภาพที่สื่อนำเสนอว่าฮอตเตสบอยคอต 2PM /ภาพถ่ายใบหน้าไร้รอยยิ้มของสมาชิกในวง /ที่ว่างตรงกลางที่ถูกเว้นไว้ / บทความบรรยายหลังฉากของงานเรื่องความหดหู่ของสมาชิก ชื่อเจย์กลายเป็นคำต้องห้าม เฮียผักมาคอยให้กำลังใจสมาชิก และเสียงตะโกนเรียกแต่ชื่อปาร์คแจบอม แต่ไม่ใช่สาธารณชนทุกคนที่ติดตามข่าวนี้
11. การฉายรายการ Infinite Challenge/Sunday Night
--> รายการแรกได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เรตติ้งของรายการตอนนี้พุ่งสูงแซงรายการอื่นๆในช่วงเวลาเดียวกัน และยังเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่ผ่านๆถึงกว่า 2% ส่วนรายการหลังได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน แต่ผลตอบรับแตกต่างจากรายการแรกอย่างสิ้นเชิง มีเสียงบ่นว่าไม่พอใจที่ทางรายการไปรุกล้ำสิทธิส่วนตัวของเจย์ถึงที่อเมริกา โดยที่เจย์ไม่เต็มใจ ต่างพากันพูดว่า ควรให้เจย์ได้อยู่อย่างเงียบๆ อยู่อย่างเป็นส่วนตัว จนกว่าเจย์ทำใจได้และพร้อมจะกลับมาด้วยตัวเอง ไม่มีกระแสข่าวในทิศทางที่ว่า นี่เป็นการจัดฉาก เจย์แค่แกล้งแสดงว่ากลัวกล้อง แต่อย่างใด
12. สถานการณ์ปัจจุบัน บริษัทออกมาให้ข่าวว่า ต่อไปนี้จะไม่ให้รายการใดๆใช้เจย์เป็นเครื่องมือเรียกเรตติ้งอีก /ข่าวการออกอัลบั้มใหม่ของวงในต้นเดือนหน้า
--> ปฏิกิริยาของสาธารณชนต้องดูกันต่อไป ส่วนปฏิกิริยาของเกาฮอตเตสก็ยังบอยคอตเหมือนเดิม (แต่เปลี่ยนชื่อกลุ่ม เพื่อ? สงสัยเปลี่ยนหัวหน้าขบวน?)
.
..
...
เท่าที่ดูผลตอบรับจากประชาชนอยู่ในทิศทางที่เป็นกราฟขึ้นนะ
นั่นคือเรื่องคดีข้อความเจย์ที่เคยเป็นข้อพิพาท คนไม่ค่อยติดใจแล้ว
(เริ่มลืมๆกันไปแล้วนั่นเอง) หันมาสงสารเจย์กันมากกว่า
ที่กลายเป็นเหยื่อทางสังคม กลายเป็นเหยื่อของสื่อ
แต่ภาพลักษณ์ของแฟนคลับในสายตาคนทั่วไปนี่สิ ดันเป็นกราฟลง
ก็หวังอย่าให้ฮอตเตสเกาทำอะไรที่เป็นเรื่องขึ้นหัวข่าวมากไปกว่านี้เลย
เพราะมันเป็นความจริงที่ว่า คนที่เขาหมั่นไส้ศิลปิน
ส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาหมั่นไส้แฟนคลับ
แล้วบางคนที่เขาอยากสนับสนุนศิลปิน แต่ต้องล้มเลิกความคิด
เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นแฟนคลับศิลปินคนนี้ก็มี
เพราะกลัวโดนเหมารวมว่าคงนิสัยเหมือนๆกันไปด้วย (มีนะคนแบบนี้ ไม่ใช่ไม่มี)
อาชีพศิลปิน สิ่งหนึ่งที่รับประกันความสำเร็จคือ
จำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆของแฟนคลับ
เพราะนั่นหมายถึงชื่อเสียงที่ดังขึ้น และรายได้ที่มากขึ้นตามมา
แต่ถ้าแฟนคลับ ดันทำให้อาชีพของศิลปินที่รักดิ่งลงเหวซะเอง เหอๆๆ
คนเป็นศิลปินเขาย่อมพูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว (เหมือนน้ำท่วมปาก อยากพูดแต่พูดไม่ได้)
ทั้งหลายทั้งปวงมันขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเหล่าแฟนๆเอง
ว่าจะทำยังไงที่เป็นการส่งผลดีต่อศิลปินที่รักที่สุด
อย่าคิดว่าศิลปินจะต้องเข้าใจเรา แต่เราต่างหากที่ต้องเข้าใจศิลปิน
(แต่ถ้าศิลปินคนนั้นมันเห็นแก่ตัว ก็อย่าไปเข้าใจมันเลย - -)
เรื่องเจย์อ่ะ
พอลองคิดถึงระยะเวลาที่เหมาะสม
บอกตรงๆ เราก็ไม่รู้ว่าเวลาเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าเหมาะสม
ไม่รู้ว่าใช้เวลากี่เดือน หรือกี่ปี คนทั่วไปถึงจะลืมเรื่องนี้ได้อย่างหมดจด
(ถ้าเป็นคนไทยก็พอเดาง่าย เพราะคนไทยลืมง่าย - -)
แต่ความรู้สึกในช่วงเวลาที่ผ่านไปของแฟนคลับกับสาธารณชนมันไม่เท่ากันอ่ะนะ
สำหรับแฟนคลับ แค่อาทิตย์เดียวก็จะบ้าตายแล้ว (นี่ล่อไปเกือบ 2 เดือน อึดกันใช่เล่นนะพวกเรา)
แต่สำหรับคนทั่วไปที่เขาไม่ได้ติดตาม
2 เดือนสำหรับเขา อาจจะเหมือนแค่ 2-3 วัน ก็ได้
ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากศิลปินบอยแบนด์วงหนึ่งของญี่ปุ่น
อาคานิชิ จิน แห่ง KAT-TUN (เอ้า ใครรู้จักช่วยเฮกันหน่อย)
เคยมีช่วงหนึ่งที่จินหายไปจากญี่ปุ่นเหมือนกัน แถมตั้ง 6 เดือน
แต่รายนี้สาเหตุการหายไป คือหายไปเรียนภาษามาอ่ะนะ
(หรือหายไปเพราะอย่างอื่นหว่า จำไม่ได้แล้ว เหมือนเคยเห็นข่าวแวบๆ
ข่าวลือคล้ายๆของเจย์นี่แหละ ที่บอกว่าไม่ได้เป็นความตั้งใจของตัวเอง แต่โดนบริษัทบีบให้ทำ)
จินเหมือนจะไปเรียนที่ LA อาจจะเคยเดินสวนกับน้องคุณก็ได้ 555
ก็เคยติดตามวงนี้มาก่อนนะ ชอบเพลงอ่ะมันส์ดี
ชอบเสียงร้องของจิน รู้สึกว่าเป็นคนที่ร้องเพราะที่สุดแล้ว
แต่ไม่ได้ชอบขนาดติดตามทุกฝีก้าวเหมือน 2PM
เพราะฉะนั้นตอนที่จินหายไป เลยเฉยๆ
แล้วตอนที่จินกลับมา ก็รู้สึกแบบว่า "เออ กลับมาแล้วเหรอ" แค่นั้น จบ
การหายไป 6 เดือนของจิน ก็ไม่ได้รู้สึกว่า "โห หายไปตั้ง 6 เดือน"
มีความรู้สึกเหมือนหายไปแค่เดือนเดียวมากกว่า
แล้วช่วงที่จินหายไป วงนี้ก็ยังปล่อยซิงเกิ้ลออกมา
สมาชิกก็ยังมีงานเดี่ยวของแต่ละคนอยู่
แต่ซิงเกิลนี่พูดตรงๆ ว่าไม่เพราะเท่าตอนที่จินอยู่
แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก พอฟังได้อยู่
แต่พอจินมันกลับมา แล้วปล่อยซิงเกิ้ลหลังจากนั้นสิ
ถึงรู้สึกว่า "เออ จินมันกลับมาแล้วจริงๆแฮะ"
(อาจเป็นเพราะซิงใหม่นี่ความเพราะผิดกันจนสังเกตได้ - -)
แล้วพอกลับมา จินนี่ก็ดังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เข้าขั้นดังมากกกกก
คนทั่วไปจะรู้จักจินว่า "อ๋อ อาคานิชิคนที่ไปเรียน LA" (555+)
แต่กรณีของจินกับเจย์อาจจะต่างกัน
เพราะจินไมไ่ด้เกิดกรณีพิพาทกับคนทั่วไป (แค่แถลงว่าจู่ๆเกิดอยากไปเรียน)
จินไม่ได้ลาออกจากวง (รู้สึกจะพูดว่า ยังไงก็ไม่ออกจากวงแน่ๆ)
สมาชิกคนอื่นก็บอกว่า ยังไงคัตตุนก็มี 6 คน และไม่ว่ายังไงก็จะยังรอจินเสมอ
ถึงจะมีสมาชิกบางคนที่หัวฟัดหัวเหวี่ยงโวยวายไม่พอใจจนร้องไห้ ที่อยู่ๆจินจะไป
แต่พอมาถึงทุกวันนี้ เรื่องจินไป LA ก็กลายเป็นเรื่องตลกที่หยิบมาพูดเล่นเรื่อยๆ
ผิดกับเรื่องเจย์ เพราะมันเป็นประเด็นความอ่อนไหวระดับชาติ
(เล่นมีเรื่องกับคนทั้งประเทศ)
ดังนั้นสมาชิกคนอื่นจึงไม่สามารถออกมาสนับสนุนได้เต็มปากว่า
ยังไง 2PM ก็มี 7 คน ยังไง 2PM ก็จะยังรอเจย์เสมอ
(แต่จากการแสดงออกในดรีมคอน ถึงไม่พูดก็เหมือนพูดอ่ะนะ เว้นที่ซะขนาดนั้น)
กรณีของเจย์ ก็อย่างที่บอก
เรื่องทั้งหมดจะจบลงอย่างสิ้นเชิง
เมื่อสาธารณชนยินดีต้อนรับเจย์กลับมา
การลาออกของเจย์เป็นลูกระเบิดลูกใหญ่
ทำให้คนทั่วไปหยุดชะงักอารมณ์โกรธ เกลียดชัง และต่อต้าน
การปล่อยเรื่องราวชีวิตรันทดของเจย์ทางสื่อ
ทำให้ผู้คนเริ่มเปลี่ยนอารมณ์ต่อต้านกลายเป็นความเห็นใจ
จากนั้นถ้าทำให้เรื่องราวของเจย์หายเงียบไปซะ
ให้ผู้คนใช้เวลาทบทวนตัวเอง ว่าทำเรื่องผิดพลาดลงไปหรือเปล่ากับเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง
(นอกจากเจย์แล้ว สาธารณชนควรใช้ช่วงเวลานี้ทบทวนตัวเองด้วยเหมือนกัน)
เมื่อหายเงียบไปถึงจุดๆหนึ่ง ผู้คนก็จะเริ่มอยากให้เจย์กลับมา
กลับมาเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างเปล่าของวง
วิธีนี้จะได้ผล ถ้าสาธารณชนได้เห็นภาพวง 2PM ทำกิจกรรมแค่ 6 คน
ตอกย้ำทางสื่อเข้าไปเรื่อยๆ ให้รู้สึกว่า 2PM ที่มีแค่ 6 คน มันไม่สมบูรณ์เอาซะเลย
คนทั่วไปจะเริ่มคิดถึงคนที่หายไป เริ่มคิดถึงเจ้าของตำแหน่งที่ว่างเปล่านั้น
คิดถึงช่วงเวลาสนุกสนาน ที่เฉพาะ 2PM ทั้ง 7 คนเท่านั้นจะสร้างขึ้นมาได้
ถ้าถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ เจย์จะกลับมา ก็คงไม่มีใครต่อต้านแล้ว
(ถึงจะมีพวกต่อต้าน มันก็จะโดนเสียงคนส่วนใหญ่ถล่มจนเละไปซะเอง)
ทั้งหมดที่ว่ามา ก็แค่เดาว่าเฮียผักใช้วิธีรับมือต่อเหตุการณ์นี้แบบไหน
ถึงจะเป็นวิธีที่เห็นผลช้า และมีความเสี่ยงสูง
แต่ ณ ตอนนี้เราก็เห็นว่ากระแสมันดีขึ้นจริงๆ
เหลือแค่ประคองไม่ให้กระแสมันกลับไปติดลบอีกก็พอ
แล้วเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ถ้าถามความเห็นเรา
เราก็รู้สึกว่ากระแสมันดีขึ้นนานแล้วล่ะ
ถ้าเจย์จะกลับ ก็ควรจะกลับมาได้แล้ว
แต่นั่นเป็นการมองในมุมของฮอตเตสไง
เราลืมไปว่า ความรู้สึกในการรอคอยของคนมันไม่เท่ากัน
ถ้าเจย์กลับมาก่อนเวลาที่สมควร กระแสพลิกแน่ๆ
ประมาณว่า "อะไรวะ กลับมาแล้วเหรอ ไปแป๊บเดียวเอง อึมโม่นี่หว่า"
ก็รู้ๆอยู่ ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกร้องให้เจย์กลับ
โดยเฉพาะพวกที่ต่อต้านในตอนแรก
มันจะเกิดอีโก้ขึ้นมาอีกว่า "เห็นป่าว บอกแล้วว่าสร้างสถานการณ์ พวกเราโดนหลอกอีกแล้ว"
แต่ถ้าถามว่า แล้วควรจะใช้เวลาซักเท่าไหร่ถึงจะกำลังดี
ถ้าให้พูดตรงๆ เจย์ควรจะไปอย่างน้อยๆก็ซักครึ่งปีล่ะ (กลั้นใจพูดเลย)
ตามความเห็นเรา ก่อนจะถึงเวลานั้นแฟนๆควรจะอยู่เงียบๆไปก่อน
พยายามอย่าสร้างกระแสอะไรที่มันทำให้ภาพลักษณ์เจย์ติดลบในสายตาคนทั่วไป
แล้วก็อย่าลืมสนับสนุน 2PM ที่เหลือด้วย
อย่าให้กระแสวงเงียบหาย
เพราะถ้า 2PM ที่มีแค่ 6 คน ไม่ได้ออกสื่อเลย
คนทั่วไปจะมองไม่ออกว่าการที่ไม่มีเจย์มันแตกต่างจากเดิมยังไง
เขาจะไม่เกิดความรู้สึกว่า ช่องว่างที่ขาดหายนั้นควรมีสิ่งเติมเต็ม
อีกอย่าง เรารู้สึกว่าการบอยคอต 2PM ไม่มีผลกระทบอะไรกับรายได้ของบริษัท
ก็เห็นๆกันอยู่ว่าตอนนี้ "ใคร" ที่เป็นคนทำงานแทน
โคดยาวววววววว เขียนทีสิสอีกแล้วตู

แต่มันต่างกันอย่างที่คุณช้อนชาบอกแหละ จินไม่ได้บอกว่าลาออก แต่บอกว่าจะไปเรียน 6 เดือนค่ะ ตอนนั้นก็กลัวๆว่าจะไปแล้วไปลับไม่กลับมาเหมือนกัน เพราะพ่อเจ้าประคุณบอกว่า 6 เดือนไม่แน่นอน อาจจะนานกว่านั้น แถมพูดกำกวม สั้นๆ ห้วนๆ แล้วไปเลยอีกต่างหาก
แต่ก่อนหน้าจินกลับมาก็มีสัญญาณที่ดีจากจอนนี่นะคะ
ซิงเกิ้ล SIGNAL (ดูชื่อซิงเกิลซะก่อน)ที่ออกมา มีหน้าจินและเสียงร้องจินในเอ็มวีด้วยค่ะ
พอไปแล้ว 6 เดือนกลับมา เฮ้ลั่นกันเลย ^^
ยังไงก็อยากให้กรณีเจย์จบสวยๆเหมือนของจินค่ะ
#1 By G★Sine on 2009-10-29 16:58